:D

นิทาน 2 เดือน แล้วจ้า

นิทาน 2 เดือน

พรุ่งนี้ (14 พ.ค.2555) นิทานจะครบ 2 เดือน แล้ว เย่ :50:
ไวมากๆเลย แป๊บๆจะ 2 เดือนแล้ว โบว์เริ่มอยู่ตัวแล้วกับการเลี้ยงนิทาน
จริงๆก็เลี้ยงไม่ยากนะ หิว กิน นอน ขี้แตก ท้องอืด ร้องไห้ วนเวียนอยู่แค่นี้
ตอนนี้นิทานเริ่มอ้อแอ้แล้ว (มีคลิปมาโชว์ด้วย) คอยังไม่แข็ง ยังคว่าเองไม่ได้
เริ่มยิ้่ม เริ่มห้วเราะ เพื่อนเคยบอกว่าลูกเราจะน่ารักขึ้นทุกวันนะ เห็นจริงตามเพื่อนว่าแล้วเนี่ย (ขี้เห่อ55)

นิทาน1 เดือน 27 วัน

นิทาน 1 เดือน 28 วัน

นิทาน 1 เดือน 28 วัน

:D

นิทาน 1 เดือนกับอีก 11 วัน


ตอนแรกจะอัปบล็อกตอนนิทาน 1 เดือน เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2555
แต่ด้วยความยุ่งเหยิงก็เลยไม่ได้อัป จนวันนี้ นิทานอายุ 1 เดือน กับอีก 11 วันแล้ว
โดยรวมก็แข็งแรงดี หนัก 3.4 โล น้ำหนักน้อยกว่าเกณท์ไปนี๊ด เพราะว่าตอนเกิดเธอตัวเล็ก
ตอนนี้โบว์เลยพยายามขุนอยู่ 1 เดือนกว่าหลังจากนิทานเกิด โบว์แทบไม่ว่างเลย
เพราะนิทานตื่นมากินนมทุก 2-3 ชั่วโมง แป๊บๆ ก็หมดวันแล้ว แทบไม่ได้ทำอะไรเลย
เดือนนึงที่ผ่านมาโชคดีไม่ตอ้งทำงานบ้านและทำกับข้าวกินเอง แม่มาอยู่ด้วย
ไม่งั้นนึกไม่ออกเลยว่าชีวิตจะเป็นยังไง
ตอนนี้แอนไปทำงานแล้ว และแม่เริ่มกลับบ้านปทุม ไปๆมาๆ
โบว์เลยโซโล่เลี้ยงนิทานคนเดียว โชคดีนิทานเลี้ยงง่ายไม่ค่อยกวน
กินแล้วก็นอน แต่มีบ้างที่ท้องอืด เน่นเฟ้อ คืนนั้นโบว์แอนแทบไม่ได้นอนกันเลย

โบว์กับแอนมีความสุขกับลูก ตามประสาพ่อแม่ลูกอ่อน
เดือนนึงนิทานเริ่มมีพัฒนาการคือ เริ่มมองหน้าแล้ว เริ่มยิ้ม
กำลังเฝ้ามองลูกว่าวันอื่นๆ จะเป็นอย่างไร เหนื่อยแต่มีความสุขจ้ะ :50:

:D

ความสามารถพิเศษของนิทาน

เมื่อกี้แม่โบว์ให้นมคุณลูกอายุ 17 วันอยู่ แล้วขอแว้บไปเข้าห้องน้ำ พ่อแอนก็เลยรับอาสาเอามาอุ้มดูแลไปพลางๆ
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลองจับพลิกคว่ำพลิกหงาย หาวิธีอุ้มแบบแปลกๆ ดู เช่นเอามาวางบนพุง ซบไหล่ ฯลฯ
เลยค้นพบโดยบังเอิญว่าถ้าเราจับมือนิทานทั้งสองข้าง เธอก็จะอ้าปาก (รอกินนม) ..ซึ่งน่ารักมาก! :25:

โอ้ว เจ๋งสิครับ ลองทำเล่นหลายครั้งก็พบว่าไม่ได้เป็นแค่เหตุบังเอิญครับ นิทานมีรหัสแบบนี้จริงๆ
โบว์ออกจากห้องน้ำมาก็เลยใช้ให้หยิบกล้องมาถ่ายคลิปซะหน่อย ผลคือได้คลิปนี้มา..

FAIL

ลูกตูของแท้เลยสินะ :39:

:D

การผ่าตัดคลอด ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด


วันนี้ 27 มีนาคม 2555 (ครบ 2 อาทิตย์พอดีตั้งแต่โบว์ผ่าตัดคลอดนิทาน)
ตั้งใจเขียนบล็อกตอนนี้ก่อนที่จะลืมความรู้สึกในวันที่คลอดนิทาน
ตั้งแต่ยังไม่ท้อง โบว์ก็ตั้งใจว่าผ้าท้องเมื่อไหร่ คลอดลูกเมื่อไหร่จะผ่าคลอด
ผ่าโดยไม่ฟังคำคัดค้านใดๆจากใครด้วย คนเราก็มีเหตุผลเนอะ
โบว์เคยเขียนเหตุผลที่เลือกจะผ่าตัดคลอดไว้แล้วแหละจะไม่เล่าซ้ำ ^^
พอผ่าเสร็จจนถึงตอนนี้เลยรู้สึกว่า ตัวเองคิดถูกแล้วจริงๆที่เลือกผ่าคลอดเพราะว่าสบายม๊ากกกกกกกกกกก

โบว์จะเล่าขั้นตอนการเตรียมตัวผ่าคลอดของโบว์ให้ฟังเนอะ เผื่อว่าที่คุณแม่คนไหนที่กำลังจะผ่าจะได้ไม่ต้องกลัว
- โบว์กำหนดคลอดนิทาน วันที่ 14 มีนาคม 2555 เวลาประมาณ 11.30 (ไม่มีฤกษ์ เอาฤกษ์สะดวก)
- หมอให้งดน้ำงดอาหารหลังตี 3 ของคืนก่อนคลอด
- ไปถึงโรงพยาบาลเวลาประมาณ 9.45 ของวันที่ 14 มีนาคม 2555
- พยาบาลจับช่างน้ำหนักและวัดความดัน (สรุปว่าตั้งแต่ท้องน้ำหนักขึ้นมาทั้งหมด 17 กิโล)
- พยาบาลพาไปห้องเตรียมคลอด เปลี่ยนเสื้อผ้า สวนทวารให้ถ่าย ซึ่งสยิวกิ้วมาก
อุปกรณ์การสวนเหมือนเครื่องเป่าสบู่ ฉีดเข้าไปที่ก้น
- ระหว่างนี้มีมาสอบถามเรื่องว่าแพ้ยาอะไรบ้างไหมและให้เราเซ็นเอกสาร เกี่ยวกับการยินยอมผ่าตัด
- ใส่สายฉี่ (โอย ซึ่งสหรับโบว์ โบว์ว่าช็อตนี้แหละทรมานสุดแล้วเนี่ย) เพราะเค้าเอาสายยาวๆ
เสียบเข้าไปทางช่องปัสสาวะ เพราะเดี๋ยวพอผ่าตัดเสร็จเราจะฉี่เองไม่ได้
- บล็อคหลัง ซึ่งขั้นตอนนี้มีแต่คนบอกว่าโหดมาก เจ็บมาก น่ากลัวที่สุด
โบว์ก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วว่าคงจะเจ็บโคตรๆ แต่ปรากฏว่าไม่เห็นจะเจ็บเลยไม่เจ็บเลยสักนิดเดียว
เหมือนฉีดยาธรรมด๊า ธรรมดา เปลี่ยนจากการฉีดที่แขนมาฉีดที่หลังเท่านั้นเอง โบว์ว่าเจาะเลือดยังเจ็บกว่าอีก
อ้อ ขั้นตอนนี้จะมีหมอวิสัญญีมาเป็นคนดูแลเรา ควบคู่กับคุณหมอสูตินารีที่เป็นคนผ่าตัด
หมอจะคอยถามตลอดว่าเป็นยังไงบ้าง คอยปลอบไม่ให้กลัวนั่นเอง
พอยาเริ่มออกฤทธิ์เราจะรู้สึกชาตั้งแต่เอวลงไปจนถึงปลายเท้าเราจะไม่รู้สึกอะไรเลย
หมอเค้าเทสความชาว่าเราจะชาจริงไหม ด้วยการให้เราขมิบก้น ซึ่งแน่นอนทำได้ที่ไหนเล่า ชาจะตายชัก
- เริ่มผ่าตัด เค้าจะกั้นครึ่งตัวล่างไม่ให้เราเห็นนะ
ก่อนผ่าเนี่ยคุณหมอสุนีย์ซึ่งเป็นหมอผ่าคลอดจะลองเอามีดมากดๆ ที่หน้าท้อง (ตรงแนวบิกินี่)
ทดสอบก่อนว่าเรารู้สึกอะไรไหม หมอบอกว่าไม่ต้องกลัวนะ ถ้าเจ็บเราจะไม่ผ่า แน่นอนมันไม่เจ็บ
เพราะยาชาจากการบล็อกหลังออกฤทธิ์ดีม๊าก ไม่รู้สึกอะไรเลย หมอก็ผ่าไปเม้าท์ไป เม้าท์กะโบว์เนี่ยแหละ
เม้าท์เรื่องโบว์มัวแต่ทำงานไม่ค่อยนอน บลาๆๆ แถมยังตอกย้ำว่าเอารีบเอานิทานออกมาโตข้างนอกดีกว่า
อยู่ข้างในท้องแม่ดูไม่ดี แง T0T หมอผ่าไปเรื่อยๆประมาณ 10 นาที โบว์ไม่รู้สึกอะไรเลย
จนกระทั้งหมอบอกว่าเดี๋ยวจะออกแล้วนะจะรู้สึกวูบๆที่ท้องนิดหน่อย ความรู้สึกตอนนั้น
เหมือนหมอเค้าผลักตรงท้อง ได้ยินเสียงหมอนับกัน 1 2 3 แล้วก็ผลักตรงท้อง
- ในที่สุดก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง พร้อมกับหมอพูดว่าเพศหญิง เวลาเกิด 11.39 น.
โบว์เหลือบตาไปมองทางซ้าย เห็นพยาบาลรุมลูกอยู่แล้วก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง อญู่ๆน้ำตาโบว์ก็ไหลออกมาเอง
ประหนึ่งว่าตัวเองเป็นดารา 555 ไม่รู้ดิ สัญชาติญาณความเป็นแม่มาแล้วมั๊ง รู้สึกอิ่มใจชะมัด น้ำตาไหลเลย :50:
พอเค้าล้างตัวลูกเสร็จเค้าอุ้มลูกมาใกล้ๆเตียงผ่าตัด แล้วถ่ายรูปให้ด้วยแหละ

- หลังจากผ่าเสร็จเค้าก็พาไปที่ห้อง ต้องงดน้ำงดอาหารอีกหนึ่งคืนเต็มๆ
ได้จิบน้ำเมื่อตอนเที่ยงของวันที่ 15 มีนาคม 2555
ผ่านมา 1 วัน เริ่มเจ็บแผลแล้ว หมอให้กินไทลีนอล เจ็บไม่มากอย่างที่คิด ถามว่าเจ็บไหมก็เจ็บเซ่
ผ่าตัดนะ ไม่เจ็บได้ไง มีดบาดยังเจ็บเลย แต่เป็นเจ็บในแบบที่รับได้ไม่ได้เจ็บเวอร์
- 24 ชั่วโมง ( 1 วัน) หลังผ่าตัดต้องนอนบนเตียงเพราะยังใส่สายฉี่อยู่
แต่พยาบาลให้คอยพลิกซ้าย พลิกขวา ไม่ให้นอนท่าเดียว ไม่ให้นอนเฉยๆ
เพราะเค้าบอกว่าไม่งั้นแผลจะเป็นพังผืด อันตราย โบว์ก็เลยพลิกไปพลิกมาบนเตียง
เริ่มๆ เจ็บแผลแล้วเพราะยาหมดฤทธิ์
- ใส่สายฉี่ 2 วันเต็มๆ ถอดออกวันที่ 16 มีนาคม 2555 พอถอดสายฉี่เอง เค้าก็เริ่มให้เดิน
เจ็บไหม เจ็บ แต่ก็อย่างที่โบว์บอกไป ว่ามันไม่ได้เจ็บมาก เป็นเจ็บแบบรับได้ แม่บอกว่าเดินได้เร็วมาก
ตอนแม่ผ่าคลอดเอง ยังเดินช้ากว่าโบว์เลย แอนเองก็แปลกใจเพราะปกติโบว์ขี้โรคสุดๆ
แอนเตรียมตังไว้แล้วว่าโบว์อาจจะมีโรคแทรกซ้อน ได้อยู่โรงบาลเพิ่มแน่ๆ
ปรากฏว่าโบว์ไม่ได้เป็นอะไรเลย ยกเว้นคันคอ ต้องคอยาแก้ไอ อ้อ เวลาคันคอแล้วไอนี่เจ็บแผลชะมัด
โบว์เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว เวลาฮัดช้ยทีนึง โอโห เจ็บจี๊ดๆเหมือนกัน
- ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 3 คืน 4 วัน 47,313 บาท
(ราคาแพ็คเกจจริงๆ 43,900 บาท แต่โบว์มีขอยาแก้ไอเพิ่มเติมและมีตรวจหู เรื่องการได้ยินของนิทานเพิ่ม)
- หลังจากนั้นก็กลับบ้าน กลับมาก็หัดเดินทุกวัน ยังเจ็บแผลอยู่บ้าง หมอติดพลาสเตอร์กันน้ำให้ตรงแผล
อาบน้ำได้ปกติ ถึงวันนี้ ครบ 2 อาทิตย์พอดี ยังเจ็บแผลอยู่บ้าง แต่เริ่มหายสนิทแล้ว
คิดว่าไม่เกิน 1 อาทิตย์น่าจะปกติแล้ว แต่แม่ยังไม่ยอมให้ขึ้นลงบรรได
- โบว์ให้นิทานกินนมแม่ตลอด น้ำหนักลดลงไป 7 กิโล คงเหลือ 10 กิโล!!!

สรุปคือรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูก ที่เลือกคลอดแบบผ่าตัดคลอด
ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังจะคลอดและเลือกวิธีนี้นะ สบายหายห่วงค่ะ :22:
ปล.ส่วนตัวคิดว่าดีกว่าให้ลูกทะลุทะลวงออกมาทางมดลูกน่ะ55

Copyright © 2012 — bow • iannnnn | Theme by Trevor Fitzgerald