:D

การผ่าตัดคลอด ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด


วันนี้ 27 มีนาคม 2555 (ครบ 2 อาทิตย์พอดีตั้งแต่โบว์ผ่าตัดคลอดนิทาน)
ตั้งใจเขียนบล็อกตอนนี้ก่อนที่จะลืมความรู้สึกในวันที่คลอดนิทาน
ตั้งแต่ยังไม่ท้อง โบว์ก็ตั้งใจว่าผ้าท้องเมื่อไหร่ คลอดลูกเมื่อไหร่จะผ่าคลอด
ผ่าโดยไม่ฟังคำคัดค้านใดๆจากใครด้วย คนเราก็มีเหตุผลเนอะ
โบว์เคยเขียนเหตุผลที่เลือกจะผ่าตัดคลอดไว้แล้วแหละจะไม่เล่าซ้ำ ^^
พอผ่าเสร็จจนถึงตอนนี้เลยรู้สึกว่า ตัวเองคิดถูกแล้วจริงๆที่เลือกผ่าคลอดเพราะว่าสบายม๊ากกกกกกกกกกก

โบว์จะเล่าขั้นตอนการเตรียมตัวผ่าคลอดของโบว์ให้ฟังเนอะ เผื่อว่าที่คุณแม่คนไหนที่กำลังจะผ่าจะได้ไม่ต้องกลัว
- โบว์กำหนดคลอดนิทาน วันที่ 14 มีนาคม 2555 เวลาประมาณ 11.30 (ไม่มีฤกษ์ เอาฤกษ์สะดวก)
- หมอให้งดน้ำงดอาหารหลังตี 3 ของคืนก่อนคลอด
- ไปถึงโรงพยาบาลเวลาประมาณ 9.45 ของวันที่ 14 มีนาคม 2555
- พยาบาลจับช่างน้ำหนักและวัดความดัน (สรุปว่าตั้งแต่ท้องน้ำหนักขึ้นมาทั้งหมด 17 กิโล)
- พยาบาลพาไปห้องเตรียมคลอด เปลี่ยนเสื้อผ้า สวนทวารให้ถ่าย ซึ่งสยิวกิ้วมาก
อุปกรณ์การสวนเหมือนเครื่องเป่าสบู่ ฉีดเข้าไปที่ก้น
- ระหว่างนี้มีมาสอบถามเรื่องว่าแพ้ยาอะไรบ้างไหมและให้เราเซ็นเอกสาร เกี่ยวกับการยินยอมผ่าตัด
- ใส่สายฉี่ (โอย ซึ่งสหรับโบว์ โบว์ว่าช็อตนี้แหละทรมานสุดแล้วเนี่ย) เพราะเค้าเอาสายยาวๆ
เสียบเข้าไปทางช่องปัสสาวะ เพราะเดี๋ยวพอผ่าตัดเสร็จเราจะฉี่เองไม่ได้
- บล็อคหลัง ซึ่งขั้นตอนนี้มีแต่คนบอกว่าโหดมาก เจ็บมาก น่ากลัวที่สุด
โบว์ก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วว่าคงจะเจ็บโคตรๆ แต่ปรากฏว่าไม่เห็นจะเจ็บเลยไม่เจ็บเลยสักนิดเดียว
เหมือนฉีดยาธรรมด๊า ธรรมดา เปลี่ยนจากการฉีดที่แขนมาฉีดที่หลังเท่านั้นเอง โบว์ว่าเจาะเลือดยังเจ็บกว่าอีก
อ้อ ขั้นตอนนี้จะมีหมอวิสัญญีมาเป็นคนดูแลเรา ควบคู่กับคุณหมอสูตินารีที่เป็นคนผ่าตัด
หมอจะคอยถามตลอดว่าเป็นยังไงบ้าง คอยปลอบไม่ให้กลัวนั่นเอง
พอยาเริ่มออกฤทธิ์เราจะรู้สึกชาตั้งแต่เอวลงไปจนถึงปลายเท้าเราจะไม่รู้สึกอะไรเลย
หมอเค้าเทสความชาว่าเราจะชาจริงไหม ด้วยการให้เราขมิบก้น ซึ่งแน่นอนทำได้ที่ไหนเล่า ชาจะตายชัก
- เริ่มผ่าตัด เค้าจะกั้นครึ่งตัวล่างไม่ให้เราเห็นนะ
ก่อนผ่าเนี่ยคุณหมอสุนีย์ซึ่งเป็นหมอผ่าคลอดจะลองเอามีดมากดๆ ที่หน้าท้อง (ตรงแนวบิกินี่)
ทดสอบก่อนว่าเรารู้สึกอะไรไหม หมอบอกว่าไม่ต้องกลัวนะ ถ้าเจ็บเราจะไม่ผ่า แน่นอนมันไม่เจ็บ
เพราะยาชาจากการบล็อกหลังออกฤทธิ์ดีม๊าก ไม่รู้สึกอะไรเลย หมอก็ผ่าไปเม้าท์ไป เม้าท์กะโบว์เนี่ยแหละ
เม้าท์เรื่องโบว์มัวแต่ทำงานไม่ค่อยนอน บลาๆๆ แถมยังตอกย้ำว่าเอารีบเอานิทานออกมาโตข้างนอกดีกว่า
อยู่ข้างในท้องแม่ดูไม่ดี แง T0T หมอผ่าไปเรื่อยๆประมาณ 10 นาที โบว์ไม่รู้สึกอะไรเลย
จนกระทั้งหมอบอกว่าเดี๋ยวจะออกแล้วนะจะรู้สึกวูบๆที่ท้องนิดหน่อย ความรู้สึกตอนนั้น
เหมือนหมอเค้าผลักตรงท้อง ได้ยินเสียงหมอนับกัน 1 2 3 แล้วก็ผลักตรงท้อง
- ในที่สุดก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง พร้อมกับหมอพูดว่าเพศหญิง เวลาเกิด 11.39 น.
โบว์เหลือบตาไปมองทางซ้าย เห็นพยาบาลรุมลูกอยู่แล้วก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง อญู่ๆน้ำตาโบว์ก็ไหลออกมาเอง
ประหนึ่งว่าตัวเองเป็นดารา 555 ไม่รู้ดิ สัญชาติญาณความเป็นแม่มาแล้วมั๊ง รู้สึกอิ่มใจชะมัด น้ำตาไหลเลย :50:
พอเค้าล้างตัวลูกเสร็จเค้าอุ้มลูกมาใกล้ๆเตียงผ่าตัด แล้วถ่ายรูปให้ด้วยแหละ

- หลังจากผ่าเสร็จเค้าก็พาไปที่ห้อง ต้องงดน้ำงดอาหารอีกหนึ่งคืนเต็มๆ
ได้จิบน้ำเมื่อตอนเที่ยงของวันที่ 15 มีนาคม 2555
ผ่านมา 1 วัน เริ่มเจ็บแผลแล้ว หมอให้กินไทลีนอล เจ็บไม่มากอย่างที่คิด ถามว่าเจ็บไหมก็เจ็บเซ่
ผ่าตัดนะ ไม่เจ็บได้ไง มีดบาดยังเจ็บเลย แต่เป็นเจ็บในแบบที่รับได้ไม่ได้เจ็บเวอร์
- 24 ชั่วโมง ( 1 วัน) หลังผ่าตัดต้องนอนบนเตียงเพราะยังใส่สายฉี่อยู่
แต่พยาบาลให้คอยพลิกซ้าย พลิกขวา ไม่ให้นอนท่าเดียว ไม่ให้นอนเฉยๆ
เพราะเค้าบอกว่าไม่งั้นแผลจะเป็นพังผืด อันตราย โบว์ก็เลยพลิกไปพลิกมาบนเตียง
เริ่มๆ เจ็บแผลแล้วเพราะยาหมดฤทธิ์
- ใส่สายฉี่ 2 วันเต็มๆ ถอดออกวันที่ 16 มีนาคม 2555 พอถอดสายฉี่เอง เค้าก็เริ่มให้เดิน
เจ็บไหม เจ็บ แต่ก็อย่างที่โบว์บอกไป ว่ามันไม่ได้เจ็บมาก เป็นเจ็บแบบรับได้ แม่บอกว่าเดินได้เร็วมาก
ตอนแม่ผ่าคลอดเอง ยังเดินช้ากว่าโบว์เลย แอนเองก็แปลกใจเพราะปกติโบว์ขี้โรคสุดๆ
แอนเตรียมตังไว้แล้วว่าโบว์อาจจะมีโรคแทรกซ้อน ได้อยู่โรงบาลเพิ่มแน่ๆ
ปรากฏว่าโบว์ไม่ได้เป็นอะไรเลย ยกเว้นคันคอ ต้องคอยาแก้ไอ อ้อ เวลาคันคอแล้วไอนี่เจ็บแผลชะมัด
โบว์เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว เวลาฮัดช้ยทีนึง โอโห เจ็บจี๊ดๆเหมือนกัน
- ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 3 คืน 4 วัน 47,313 บาท
(ราคาแพ็คเกจจริงๆ 43,900 บาท แต่โบว์มีขอยาแก้ไอเพิ่มเติมและมีตรวจหู เรื่องการได้ยินของนิทานเพิ่ม)
- หลังจากนั้นก็กลับบ้าน กลับมาก็หัดเดินทุกวัน ยังเจ็บแผลอยู่บ้าง หมอติดพลาสเตอร์กันน้ำให้ตรงแผล
อาบน้ำได้ปกติ ถึงวันนี้ ครบ 2 อาทิตย์พอดี ยังเจ็บแผลอยู่บ้าง แต่เริ่มหายสนิทแล้ว
คิดว่าไม่เกิน 1 อาทิตย์น่าจะปกติแล้ว แต่แม่ยังไม่ยอมให้ขึ้นลงบรรได
- โบว์ให้นิทานกินนมแม่ตลอด น้ำหนักลดลงไป 7 กิโล คงเหลือ 10 กิโล!!!

สรุปคือรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจถูก ที่เลือกคลอดแบบผ่าตัดคลอด
ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังจะคลอดและเลือกวิธีนี้นะ สบายหายห่วงค่ะ :22:
ปล.ส่วนตัวคิดว่าดีกว่าให้ลูกทะลุทะลวงออกมาทางมดลูกน่ะ55

:D

ชีวิตเปลี่ยน

ตามที่แอนได้เขียนไว้เมื่อตอนที่แล้ว ว่าหลังจากวันที่ 14 มีนาคม 2555
ชีวิตของเรา 2 คนจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

จากวันนั้นจนวันนี้ผ่านมา 10 วันตั้งแต่นิทานลืมตามาดูโลก พบว่าชีวิตเรา 2 คนเปลี่ยนไปจริงๆ
ตอนอยู่โรงพยาบาล 3 วัน เค้าเลี้ยงให้ แค่ลุกไปให้นมเอง
แต่พอกลับมาบ้าน ต้องเลี้ยงลูกเอง โชคดีมากๆ ที่แม่โบว์ (คุณนลินฟ้า) มาอยู่ด้วยโบว์เลยสบาย
หน้าที่หลักคือการให้นมนิทานอย่างเดียว อย่างอื่นเช่น ซักผ้าอ้อม (วันละ 20 ผืน!)
ทำกับข้าว (ส่วนใหญ่คืออาหารเรียกน้ำนม) อาบน้ำนิทาน พวกนี้แม่ทำให้หมดเลย รวมถึงมาช่วยเลี้ยงด้วย

วันนี้ครบอาทิตย์พอดีตั้งแต่ออกจากโรงบาลและพานิทานกลับบ้าน
ชีวิตโบว์เปลี่ยนสุดๆ โบว์หยุดงาน หยุดทำเสื้อเลย และดูท่าทางคงหยุดอีกเป็นเดือน
ตั้งแต่ลืมตายันหลับตา ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น นอกจากเรื่องลูก

โชคดีที่นิทานเลี้ยงง่าย ไม่งอแงเลย วันๆ หลับอย่างเดียว ตื่นแค่ตอนหิวและฉี่กับอึ๊
3 วันแรกที่กลับจากโรงบาลคุณเธอนอนเกิน 4 ชั่วโมง กินน้อย น้ำหนักลด
ตัวเริ่มเหลือง (ไว้เขียนเกี่ยวกับอาการนี้อีกที อาการตัวเหลืองพบมากในเด็กทารก)
เธอนอนจนหมอต้องบอกให้ปลุกปล้ำมากินทุก 3 ชั่วโมง ลูกชาวบ้านเค้ามีแต่ไม่ยอมนอนงอแง พ่อแม่กลุ้มใจ
แต่นิทานตรงข้ามกับชาวบ้านเพราะเธอไม่ยอมตื่น T^T

ดังนั้นโบว์จึงต้องตั้งนาฬิกาปลุก ให้นิทานกินนมทุก 2-3 ชั่วโมง
พอเธอกินได้ 5 นาที ก็หลับ ต้องคอยเขย่าตัว เขี่ยแก้ม เกาคางให้ตื่น
จะกินนมแต่ละครั้ง ใช้เวลาเป็นชั่วโมง ดังนั้นสภาพโบว์เหมือนซอมบี้สุดๆ
(ข้อดีคือน้ำหนักโบว์ลดลงไป 6 โลแล้ว แต่คงเหลือ 11 โล T^T)

แอนได้โควต้าหยุดทำงานที่บ้านอีกอาทิตย์นึง เลยช่วยกันเช็ดขี้ลูกอย่างสนุกสนาน
เดี๋ยวอาทิตย์หน้าแอนต้องเข้าออฟฟิศแล้ว คงต้องเช็ดคนเดียวแล้ว

ป.ล.มั่นใจว่าปรัชญาอยากทำงานอยู่บ้าน อยู่กับลูกเมียตลอด 24 ชั่วโมงแล้วแหละ
แต่ก็ต้องดูวี่แววกันต่อไปว่าชีวิตพ่อมันแม่มันจะเป็นยังไงต่อ
มั่นใจว่ามันต้องเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ นับจากนี้

ป.ล.(อีกที) ถึงชีวิตเปลี่ยนแต่ก็มีความสุขนะ เห็นลูกนอนตัวเล็กๆ ในเตียง
ปกติรักแม่อยู่แล้ว งานนี้รักเพิ่มขึ้น 8 เท่าเลย :50:

:D

เรื่องเล่าจากหมอสุนีย์

เมื่อตะกี้พี่สะใภ้แอนโทรมา ให้โทรกลับหมอสุนีย์ด่วน (หมอสุนีย์ที่โบว์ฝากท้อง รพ.วิภาวดี)
เนื่องจากแอนเปลี่ยนเบอร์แล้วไม่ได้บอกหมอ หมอเลยโทรไปเบอร์เก่าแอนที่ให้พี่สะใภ้ไป
สาระไม่มีอะไรมาก คือหมอขอเลื่อนเวลาผ่าตัดคลอดพรุ่งนี้ (14 มีนา 55) จาก 9 โมงเป็นประมาณเที่ยง
หมอบอกว่าแอนเปลี่ยนเบอร์โทรไม่บอกหมอ ทำให้โทรไปเบอร์เก่า (เบอร์โบว์ปิดไว้เพราะนอน)
หมอเล่าให้ฟังว่าเนี่ยรู้ไหมเคยมีเคสแบบนี้นะ บ้านแตกมาแล้ว
คนไข้ผู้หญิงไม่ยอมให้เบอร์ตัวเอง ให้เบอร์แฟนไว้ หมอก็โทรไป ผู้ชายดันลืมโทรศัพท์ไว้บ้าน
แล้วใครรับรู้ไหม ผู้หญิงที่เป็นเมียหลวงรับ เพล้ง บ้านแตกซิคะ
สรุปว่าหมอก็เสียคนไข้รายนั้นไปเลย (ที่เป็นเมียน้อย) เพราะเค้าหนีหัวซุกหัวซุนไปคลอดต่างจังหวัด
ฟังแล้วหัวเราะเลย เออ ชีวิตคนเราแม่งยังกะในละคร :30:

ปล.พรุ่งนี้จะคลอดแล้วอ่ะ ตื่นเต้นมากเลย เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับเลย :07:

:D

ทำไมถึงทำกับช้านได้ f0nt.com

ในฟอนต์จะมีกระทู้เผยผิวอยู่ คือเอารูปตัวเองมาโชว์นั่นแหละ
และพอโบว์เอารูปตัวเองตอนท้อง 8 เดือนไปโชว์ จึงมีพวกหวังดีประสงค์ร้ายเอาไปทำมิดีมิร้าย
แล้วบอกว่าตอนนิทานเกิด ให้เอาให้ดูด้วยนะให้ลูกทายว่าจริงๆ แล้วหนูเกิดจากคนไหน
ข้าพเจ้าเริ่มสงสารลูกแล้ว :05:

นิทานเกิดจากคนนี้

หรือนิทานเกิดจากคนนี้

เอ๊ะ หรือนิทานเกิดจากคนนี้ (มีคนบอกให้เฉลยว่าเกิดจากลุงร่ม แล้วลองดูหน้าลูกซิ)
ให้เล่นมุกเดียวกับที่เราเด็กๆ แล้วโดนหลอกว่าเก็บมาจากถังขยะน่ะ
โอเคเดี๋ยวลูกโตแล้วจะลอง :30:

Copyright © 2012 — bow • iannnnn | Theme by Trevor Fitzgerald