Jul
2008
ไหนๆ จะแต่งงานกันแล้ว โบว์กับแอนเลยมีความคิดจะซื้อบ้าน
ดูไว้หลายที่ เพราะแถวนี้ (ลาดพร้าว) แพงสุดยอด
ถ้าไปรังสิตก็จะถูกกว่ามาก
แต่แอนบอกว่าไม่อยากวิ่งไปวิ่งมาระหว่้างที่ทำงานกับที่บ้าน
เลยตกลงกันว่าแพงก็แพง ยังไงก็ต้องหาแถวนี้
สะดุดตากับอารียาโมวา เรื่องของเรื่องเพราะมันถูกกว่าที่อื่นในย่านนี้ 
เลยคุยกะปิงแบบเปิดใจ สรุปได้ใจความว่ายังไงๆ
เรา 3 คนก็ต้องทำงานด้วยกันไม่ต่ำกว่า 10 ปี
และปีนี้เรากะว่าจะจดทะเบียนบริษัทกันซะที
จดชื่อใหม่แล้วด้วย Please Smile Studio
เลยชวนปิงย้ายไปด้วยกันเลย ป้ะ ไปอยู่อารียาโมวากัน

โบว์กะแอนไปจองมาแล้ว เค้าบอกว่าจะสร้างเสร็จต้นปีหน้า
ช่วงนี้ก็ต้องเดินบัญชีไปก่อนเพื่อขอกู้สินเชื่อกับธนาคาร
เพี้ยงๆๆ ขอให้ได้เถอะ

เมื่อปลายปีที่ (ธันวา 50) ขับรถไปไหนกันก็ไม่รู้ แล้วคุยกันเรื่องบีกับเต้ย
มันจะหมั้นกันเดือนหน้า แล้วก็จะแต่งกันเดือนสิงหา… เฮ้ยไรว้า
บีเนี่ยเป็นเพื่อนรักโบว์ ซึ่งโบว์กะแอนเป็นพ่อสื่อแม่สื่อให้เป็นแฟนกับเต้ย
อะไรกันเนี่ย ได้ไงเนี่ย คบกันที่หลังเราแล้วจะมาแซงได้อย่างไร
แอนเลยชวนว่า เราแต่งกันเลยไหม แต่งมันเดือนหน้าเลย (ม.ค.51)
คุยกันไปคุยกันมา โบว์ก็เขินไปเขินมา สรุปว่าเราคงต้องแต่งกันได้แล้วแหละ
งั้นแต่งปลายปี 51 เลย เนี่ยแหละบทสนทนาขอแต่งงานของแอน
เรา 2 คนคบกันมานานแล้ว 8 ปีแล้วเนี่ย
ไอ้เรื่องขอแต่งงานแบบในละคร คุกเข่าท่ามกลางบรรยากาศโรเมนติกก็คงไม่มี
ไอ้ครั้นแอนจะเอาแหวนแต่งงานซ่อนไว้ในไอติมแบบพระเอกเกาหลีก็คงไม่ดีแน่
เพราะโบว์คงตะกละ กินแหวนลงท้องเป็นแน่แท้ (โบว์บ้ากินไอติมมากครับ/แอน)
แต่ขนาดว่าไม่ได้ขอแต่งงานโรแมนติกขนาดนั้น โบว์ก็เขินแทบแย่เหมือนกันนะเนี่ย

“แค่มองดอกไม้แล้วยิ้ม บอกเธอด้วยรอยยิ้มว่ารักเธอหมดใจ
แต่ฉันกลับดอกไม้เป็นพันธุ์อะไร มันมาจากไหน
แค่มองดูฝนก็เพ้อ บอกเธอคู่กับฉันแล้วร้องไห้ออกมา
แต่ฉันกลับมองดูฟ้าที่มีหยาดฝน บนความสงสัย
ก็เป็นแบบนี้ตั้งนาน ต่างกันตรงที่หวานลึกซึ้งไม่เหมือนกัน
ก็เป็นแบบนี้ทุกวันอย่างนั้น…
ถึงเราจะแตกต่าง แต่ก็มีบางอย่างที่เรานั้นมีเหมือนกันนะ
ก็ทุกคืนและทุกวันมีแต่รัก… ฮู วา ฮู วา
ถึงเราจะแตกต่าง แต่ใจเราไม่เคยห่างจากกันสักนาที
ก็เพราะมีแต่คำว่ารักที่อยู่ในหัวใจ”
